Jessada Sookdhis | เจษฎา สุขทิศ | Freedom-investor
19
archive,category,category-the-freedom-investor,category-19,qode-quick-links-1.0,ajax_fade,page_not_loaded,,qode_grid_1300,qode-theme-ver-11.0,qode-theme-bridge,tpp-masonry-enabled,wpb-js-composer js-comp-ver-4.4.4,vc_responsive

Freedom-investor

หุ้นตก ๆ อย่างนี้อย่าไปเสียเวลากับการจ้องหน้าจอเลยครับ เอาเวลาไปศึกษาหาหุ้นดี ๆ ที่ตกลงมามาก ๆ ดีกว่า วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้คือ SOTP ย่อมาจาก Sum-of-the-part คือดูมูลค่าของบริษัทลูกที่ถืออยู่ถ้ามากกว่า market cap ของตัวแม่ แสดงว่าหุ้นแม่เข้าสู่ภาวะ “ถูกมาก” เหมาะเข้าเก็บลงทุนระยะยาว Case Study QH QH ถือหุ้น HMPRO 19.87% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท (เอา Market Cap Hmpro วันนี้ 85,482 x 19.87%) QH ถือหุ้น LHBANK 21.34% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท QH ถือหุ้น QHPF 25.66% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,963 ล้านบาท QH...

TCMC “Sofa & Carpet” เป็นบริษัทแรก ๆ ที่ได้เข้าไปลองวิเคราะห์ bottom up ดูในช่วงนี้ครับ TCMC เป็นบริษัทผลิตพรมในประเทศใช้แบรนด์ ไทยปิง เป็นบริษัทเก่าแก่อายุ 47 ปี เข้าตลาดก่อนต้มยำกุ้ง crisis ไม่นาน ตอนปี 2537 ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการลอยตัวค่าเงินบาท จึงต้องขาย TCH ออกไป เวลาส่งออกใช้แบรนด์ Royal Thai Carpet ส่งขายตามโรงแรมต่างประเทศเป็นหลัก ปัจจุบันผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศประมาณ 60% โดยความต้องการในประเทศมักจะสอดคล้องไปกับภาวะตลาดอสังหาฯ และการท่องเที่ยว (โรงแรม) เพิ่มทุนในปี 2550 เพื่อขยายกำลังการผลิต และเพิ่มการผลิตไม่ลามิเนตตกแต่งพื้นในปี 2554 คุณ พิมล ศรีวิกรณ์ ประธานกรรมการ เข้ามารับตำแหน่งประมาณปี 55-56 ปี 2556 ออก Warrant 171 ล้านหุ้น exercise...

สวัสดีครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เคยฝันจะทำและได้ทำแล้ววันนี้คือการลงทุน และการ trade พอร์ตตัวเองครับ จากเดิมทำงาน Fund Manager สิ่งที่ทำทุกวันคือการทำพอร์ตให้กับมวลขน แต่มาวันนี้ถึงเวลาทำพอร์ตให้กับตัวเองบ้างแล้วครับ เมื่อก่อนผมเอาเงินแทบจะ all-in ไปกับกองทุนหุ้นที่ตัวเองบริหาร คือ CIMB-Principal Dividend Income ลงทุนมา 3 ปีได้มาประมาณ 50% คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีก็ประมาณ 15% ครับ ถือว่าไม่น้อยทีเดียว แต่ขณะเดียวกันเหล่า “เทพ” นักลงทุนหลายคนที่ผมรู้จัก ทำผลตอบแทนได้มากกว่านี้มาก ส่วนหนึ่งมาจากการจัดพอร์ตแบบค่อนข้างเสี่ยงสูง รวมถึงการมีข้อจำกัดที่น้อยกว่ากองทุนรวม ออกจากงานมาต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนจัดตั้งบริษัท อีกส่วนหนึ่งสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น ยังมีบุญที่แฟนยังทำงาน รวมถึงบริษัทที่ออกมาตั้งก็มีจ่ายเงินเดือนบ้าง (แต่น้อยลงไปร่วม 3 เท่า) ทำให้กะคร่าว ๆ แล้วรายได้น่าจะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลืออยู่ก้อนหนึ่งเอามา “จัดเต็ม” ครับ กะจะลุยทั้ง bottom up เลือกหุ้นรายตัว, trading ระยะสั้น,...