Jessada Sookdhis | เจษฎา สุขทิศ | Jessada’s Picks
33
archive,category,category-jessada-picks,category-33,qode-quick-links-1.0,ajax_fade,page_not_loaded,,qode_grid_1300,qode-theme-ver-11.0,qode-theme-bridge,tpp-masonry-enabled,wpb-js-composer js-comp-ver-4.4.4,vc_responsive

Jessada’s Picks

    บทความนี้เป็นมุมมองของผมต่อการเติบโตของ Fintech ในประเทศไทย ใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้แนะนำให้อ่าน “Fintech Startup – Mega Trend ของอุตสาหกรรมการเงินโลก” บทความชิ้นนี้เป็นมุมมองของผมต่อสิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็น “หัวใจ” ในการทำให้ธุรกิจนี้เติบโตในบ้านเรา เพื่อเป็นการแชร์มุมมองให้กับหลาย ๆ กลุ่ม Startup ที่กำลังมีหัวอกเดียวกัน ต้องการจะสร้างธุรกิจใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงินในบ้านเราไปในทางที่ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดการตื่นตัวกันอย่างชัดเจนสำหรับเรื่องของ Fintech ในบ้านเรา โดยล่าสุดธนาคารพาณิชย์ชั้นนำได้เริ่มเคลื่อนไหวกันเต็มสูบแล้ว ตั้งแต่การตั้ง Lab ในการค้นคิดผลิตภัณฑ์ด้าน Fintech การจัด Training กันอย่างต่อเนื่องโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากฟากฝั่ง Tech มาให้ความรู้ การตั้งทีมภายในของธนาคารแต่ละสายงานเพื่อดูช่องโหว่หรือรอยรั่วของผลิตภัณฑ์ทางการเงินของตัวเอง ไปจนถึงการตั้งบริษัทที่เป็น Venture Capital เตรียมพร้อมที่จะเข้าลงทุนใน Fintech เกิดใหม่ในประเทศไทย เริ่มจัดเต็มกันแบบนี้ผมเชื่อว่าปีนี้ 2559 เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นแน่นอนครับ ในฟากฝั่งของ Startup ตลอดเวลาเกือบปีที่ผมได้เริ่มศึกษา และเริ่มโครงการ...

วันก่อนไปอ่านเจอแคมเปญ “PARK24 believe in Thailand” โดยไอเดียเค้าเก๋ดีครับ ง่าย ๆ คือสามารถเอาหุ้นใน SET50 ณ ราคาปิดที่สูงที่สุดในรอบปีนี้คือ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ระดับดัชนี 1615 (ดูจากรูป) ซึ่งแน่นอนว่าหลาย ๆ ตัวเป็นราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยสามารถนำหุ้น “ติด” อยู่ในพอร์ต มาแลกเป็นเงินดาวน์คอนโดได้ที่ราคาตลาด ณ วันที่ 13 ก.พ. เท่ากับว่าผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในปีนี้ทาง PARK24 ช่วยรับให้นั่นเองครับ เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบการซื้อขายใหม่ของวงการคอนโดทีเดียว เห็นไอเดียแบบนี้แล้ว ลองนึกถึงหุ้นตัวอย่างกันดูครับ หากถ้าท่านมีติดหุ้นที่ลงมาลึก ๆ ใน SET50 ตัวอย่างเช่น PTTEP หนึ่งในหุ้นดอยมหาชนที่ติดกันอยู่ล้นหลาม PTTEP ราคาวันที่ 13 ก.พ. 58...

1. PMI คืออะไร ? PMI ย่อมาจาก Purchasing Manager Index คือตัวเลขที่เกิดจากการ survey ผู้ประกอบการเอกชน โดยผู้จัดทำ survey ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลกคือ Markit ขณะที่ของอเมริกาจัดทำโดย ISM 2. Manufacturing PMI คืออะไร? คือการเก็บ PMI ในภาคการผลิต เช่นโรงงานต่าง ๆ ยอดสั่งซ์้อ ภาวะการจ้างงาน ปริมาณการผลิต 3. PMI อ่านค่าอย่างไร? ถ้าเกิน 50 แสดงว่ามีการเติบโต ถ้าต่ำกว่า 50 สะท้อนว่า sentiment ไม่ดี 4. แล้วตอนนี้ Manufacturing PMI เป็นอย่างไร? ของจีนประกาศออกมาเช้านี้ต่ำที่สุดในรอบ 5-6 ปี (ดูรูปที่ 1)...

หุ้นตก ๆ อย่างนี้อย่าไปเสียเวลากับการจ้องหน้าจอเลยครับ เอาเวลาไปศึกษาหาหุ้นดี ๆ ที่ตกลงมามาก ๆ ดีกว่า วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้คือ SOTP ย่อมาจาก Sum-of-the-part คือดูมูลค่าของบริษัทลูกที่ถืออยู่ถ้ามากกว่า market cap ของตัวแม่ แสดงว่าหุ้นแม่เข้าสู่ภาวะ “ถูกมาก” เหมาะเข้าเก็บลงทุนระยะยาว Case Study QH QH ถือหุ้น HMPRO 19.87% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท (เอา Market Cap Hmpro วันนี้ 85,482 x 19.87%) QH ถือหุ้น LHBANK 21.34% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท QH ถือหุ้น QHPF 25.66% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,963 ล้านบาท QH...

TCMC “Sofa & Carpet” เป็นบริษัทแรก ๆ ที่ได้เข้าไปลองวิเคราะห์ bottom up ดูในช่วงนี้ครับ TCMC เป็นบริษัทผลิตพรมในประเทศใช้แบรนด์ ไทยปิง เป็นบริษัทเก่าแก่อายุ 47 ปี เข้าตลาดก่อนต้มยำกุ้ง crisis ไม่นาน ตอนปี 2537 ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการลอยตัวค่าเงินบาท จึงต้องขาย TCH ออกไป เวลาส่งออกใช้แบรนด์ Royal Thai Carpet ส่งขายตามโรงแรมต่างประเทศเป็นหลัก ปัจจุบันผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศประมาณ 60% โดยความต้องการในประเทศมักจะสอดคล้องไปกับภาวะตลาดอสังหาฯ และการท่องเที่ยว (โรงแรม) เพิ่มทุนในปี 2550 เพื่อขยายกำลังการผลิต และเพิ่มการผลิตไม่ลามิเนตตกแต่งพื้นในปี 2554 คุณ พิมล ศรีวิกรณ์ ประธานกรรมการ เข้ามารับตำแหน่งประมาณปี 55-56 ปี 2556 ออก Warrant 171 ล้านหุ้น exercise...

สวัสดีครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เคยฝันจะทำและได้ทำแล้ววันนี้คือการลงทุน และการ trade พอร์ตตัวเองครับ จากเดิมทำงาน Fund Manager สิ่งที่ทำทุกวันคือการทำพอร์ตให้กับมวลขน แต่มาวันนี้ถึงเวลาทำพอร์ตให้กับตัวเองบ้างแล้วครับ เมื่อก่อนผมเอาเงินแทบจะ all-in ไปกับกองทุนหุ้นที่ตัวเองบริหาร คือ CIMB-Principal Dividend Income ลงทุนมา 3 ปีได้มาประมาณ 50% คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีก็ประมาณ 15% ครับ ถือว่าไม่น้อยทีเดียว แต่ขณะเดียวกันเหล่า “เทพ” นักลงทุนหลายคนที่ผมรู้จัก ทำผลตอบแทนได้มากกว่านี้มาก ส่วนหนึ่งมาจากการจัดพอร์ตแบบค่อนข้างเสี่ยงสูง รวมถึงการมีข้อจำกัดที่น้อยกว่ากองทุนรวม ออกจากงานมาต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนจัดตั้งบริษัท อีกส่วนหนึ่งสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น ยังมีบุญที่แฟนยังทำงาน รวมถึงบริษัทที่ออกมาตั้งก็มีจ่ายเงินเดือนบ้าง (แต่น้อยลงไปร่วม 3 เท่า) ทำให้กะคร่าว ๆ แล้วรายได้น่าจะใกล้เคียงกับค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลืออยู่ก้อนหนึ่งเอามา “จัดเต็ม” ครับ กะจะลุยทั้ง bottom up เลือกหุ้นรายตัว, trading ระยะสั้น,...